เรียกค่าเลี้ยงดูบุตรหลังหย่า พ่อแม่มีหน้าที่อะไรบ้าง
หลังการหย่าร้าง แม้ความสัมพันธ์สามีภรรยาจะสิ้นสุดลง แต่หน้าที่ในฐานะพ่อแม่ที่มีต่อบุตรยังคงอยู่ตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่อง "ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร" ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยเมื่อฝ่ายที่ไม่ได้ปกครองบุตรไม่จ่ายเงินตามที่ตกลงหรือตามคำสั่งศาล
1. ใครมีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร
กฎหมายกำหนดให้บิดามารดาทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ร่วมกัน ไม่ว่าจะหย่าร้างกันแล้วหรือไม่ก็ตาม โดยฝ่ายที่ไม่ได้เป็นผู้ปกครองบุตรโดยตรง (ไม่ได้อยู่อาศัยด้วย) ยังคงมีหน้าที่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูตามสัดส่วนความสามารถและฐานะของตน
2. ค่าเลี้ยงดูบุตรคำนวณอย่างไร
กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนเงินตายตัว แต่ศาลจะพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น
- รายได้และฐานะทางการเงินของบิดามารดาแต่ละฝ่าย
- ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของบุตร เช่น การศึกษา ค่ารักษาพยาบาล ค่าครองชีพ
- อายุและความต้องการของบุตรในแต่ละช่วงวัย
- จำนวนบุตรที่ต้องดูแล
หากทั้งสองฝ่ายตกลงจำนวนเงินกันได้เอง สามารถทำเป็นบันทึกข้อตกลงแนบท้ายทะเบียนหย่า หรือระบุในคำพิพากษาหย่าได้เลย
3. ถ้าอีกฝ่ายไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูตามที่ตกลง ทำอย่างไร
- หากมีบันทึกข้อตกลงหรือคำพิพากษาอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตาม สามารถยื่นคำร้องบังคับคดีให้ศาลสั่งบังคับได้ทันที โดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่
- หากไม่เคยมีข้อตกลงหรือคำสั่งศาลมาก่อน ต้องยื่นฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรต่อศาลเยาวชนและครอบครัว
- ระหว่างการพิจารณาคดี สามารถขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้จ่ายค่าเลี้ยงดูระหว่างรอผลคดีได้
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรสามารถขอให้ศาล "เพิ่มหรือลด" ได้ในภายหลัง หากฐานะทางการเงินของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ตกงาน หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก ไม่ใช่ตัวเลขที่ตายตัวตลอดไป
4. สิทธิของบุตรยังคงมีแม้บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส
กรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่มีการรับรองบุตรตามกฎหมาย (เช่น จดทะเบียนรับรองบุตร หรือมีพฤติการณ์เปิดเผยว่าเป็นบุตร) บุตรยังคงมีสิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดาเช่นเดียวกับกรณีสมรสถูกต้องตามกฎหมาย
มีปัญหาเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตรอยู่หรือไม่?
ปรึกษาเบื้องต้น พร้อมประเมินแนวทางเรียกร้องหรือบังคับคดีให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ
โทร 081 927 7010